งานแสดงสินค้า DESIGN West – AMD เปิดตัว AMD Embedded G-Series System-on-Chip (SoC) รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นชิปแบบฝังตัว โดยซีพียูใช้สถาปัตยกรรม “Jaguar” และเอเอ็มดีกราฟฟิกการ์ด Radeon™ 8000 Series การเปิดตัวชิปในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของเอเอ็มดีที่ต้องการจับตลาดอื่นๆที่เติบโตสูงนอกเหนือจากตลาดพีซี โดยเฉพาะตลาดชิปแบบฝังตัว
ระบบฝังตัวนี้มีเริ่มบทบาทขึ้นเรื่อยๆ ในชีวิตประจำวันของเรา ตั้งแต่ทีวีอัจฉริยะ และกล่องแปลงสัญญาณดิจิตอลไปจนถึง ระบบแสดงผลแบบโต้ตอบได้และตู้ประชาสัมพันธ์ สำหรับระบบฝังตัวนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพและการเชื่อมต่อที่ยิ่งดีขึ้น และคาดว่าจะเป็นไดร์ฟเวอร์ให้กับ Surround Computing อีกด้วย
AMD Embedded G-Series SoC ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ SoC ทำให้ประสิทธิภาพของซีพียูเมื่อเทียบกับเอพียู G-Series ของเอเอ็มดีรุ่นก่อนเพิ่มขึ้น 113% และเมื่อเทียบกับซีพียู Intel Atom 5 จะเร็วขึ้น 125% ชิปรุ่นใหม่นี้รองรับการทำงานบน DirectX® 11.1, OpenGL 4.2x และ OpenCL™ 1.22 ทำให้สามารถประมวลผลแบบขนาน และประมวลผลกราฟฟิกมีประสิทธิภาพสูงได้ ซึ่งทำให้คุณภาพด้านกราฟฟิกดีขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับเอพียู G-Series ของเอเอ็มดีรุ่นก่อน และมีประสิทธิภาพสูงกว่า Intel Atom 5 ถึง 5 เท่า
“เราได้คิดค้นผลิตภัณฑ์คุณภาพดีในเรื่องของชิป กราฟฟิกการ์ด และสื่อผสม ตลอดจนระบบพื้นฐานในการผลิตชิปแบบฝังตัวอันเหนือชั้นนี้” อรุน เลียนการ์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไปของเอเอ็มดีกล่าว “ด้วยขนาดที่เล็กกว่าเดิม 33% การใช้พลังงานต่ำลงและประสิทธิภาพยอดเยี่ยม ทำให้ AMD Embedded G-Series SoC รุ่นใหม่นี้ สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับสื่อผสมและรองรับการทำงานปริมาณมากได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่โปรแกรมแบบเดิมไม่สามารถทำได้ดีเท่า”
AMD Embedded G-Series SoC ได้รวมเอาทรัพยากรสำรองเฉพาะ ที่สามารถมอบประสิทธิภาพการใช้งานอันโด่ดเด่น และทรัพยากรที่ใช้ร่วมกัน เพื่อช่วยลดอัตราการใช้พลังงาน และเพื่อทำให้นักพัฒนามีความยืดหยุ่นจากการใช้ชิปเพียงตัวเดียวในการใช้งานโปรแกรมต่างๆ
AMD Embedded G-Series SOC รองรับทั้ง Windows Embedded 8 และ Linux และได้รับการออกแบบให้ใช้ได้บนโปรแกรมต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงระบบควบคุมอุตสาหกรรม สื่อประชาสัมพันธ์ทางจอดิจิตอล ระบบเกม อิเล็กทรอนิกส์ ระบบจัดเก็บข้อมูลเอสเอ็มบี การออกอากาศโทรทัศน์ผ่านระบบเครื่อข่ายอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์การแพทย์ กล่องแปลงสัญญาณดิจิตอลและอื่นๆ อีกมากมาย โดยจะวางจำหน่ายในไตรมาสที่สองนี้
หลากหลายข่าวสารด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม อุปกรณ์ไฮเทค กล้องดิจิตอล โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ รับข่าวสารพร้อมเสริฟทุกวันที่นี่
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Graphic Card แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Graphic Card แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
ASUS ส่งกราฟฟิกส์การ์ด 2 รุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย NVIDIA
ให้สาวก D.I.Y เลือกได้ตามสไตล์ที่โปรดปรานกับ “GeForce GTX 650 Ti BOOST DirectCU II” ทรงพลังเต็มพิกัดด้วยรอบโอเวอร์คล็อกสูงถึง 1,085 เมกกะเฮิร์ทซ์ และ “GeForce GTX 670 DirectCU Mini” การ์ดจอฉบับมินิแต่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพสำหรับพีซีที่ใช้มาเธอร์บอร์ดไซส์ Mini ITX /Micro ATX
“ASUS” ผู้ผลิตมาเธอร์บอร์ดที่มียอดขายและได้รับรางวัลมากที่สุดในโลกประกาศเปิดตัวสุดยอดกราฟฟิกส์การ์ดใหม่ล่าสุด 2 รุ่นจาก NVIDIA “GeForce GTX 650 Ti BOOST DirectCU II” ที่มาพร้อมความสามารถในการโอเวอร์คล็อกอย่างพร้อมสรรพ์ด้วยความเร็ว GPU สูงสุดที่ 1,085 เมกกะเฮิร์ทซ์ พร้อมหน่วยความจำขนาด 2GB แบบ GDDR5 บนอินเตอร์เฟซความเร็ว 192 บิต และ “GeForce GTX 670 DirectCU Mini” กราฟฟิกส์การ์ดที่ถูกย่อขนาดลงแต่ยังให้ประสิทธิภาพสูง โดยได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษให้ใส่เข้ากับพีซีที่ใช้มาเธอร์บอร์ดขนาด Mini ITX และ Micro ATX ได้อย่างลงตัว โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมระบบระบายความร้อนด้วย DirectCU II ที่มีโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมเหนือชั้น สามารถทำงานได้เงียบ ทนทาน ให้คอเกมเลือกใช้ได้ตามสไตล์การประกอบพีซีแบบ D.I.Y อย่างมีอิสระภายใต้งบประมาณที่เหมาะสม
“GeForce GTX 650 Ti BOOST DirectCU II” – กราฟฟิกส์การ์ดเพื่อคอเกมขา D.I.Y
GTX 650 Ti BOOST DirectCU II มาพร้อมความแรงด้วยการโอเวอร์คล็อกจากโรงงานที่ 1,085 เมกกะเฮิร์ทซ์ และใช้หน่วยความจำขนาด 2GB แบบ GDDR5 บนอินเตอร์เฟซความเร็ว 192 บิต ให้ประสิทธิภาพแรงจัด พร้อมรองรับระบบ DirectX 11.1 ให้คอเกมและขา D.I.Y สามารถจูนและปรับแต่งค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ด้วยฟีเจอร์พิเศษ GTX 650 Ti BOOST DirectCU II จากเอซุส ซึ่งประกอบด้วยระบบทำความเย็น DirectCU II Cooler ช่วยรักษาอุณหภูมิให้เย็นกว่าการ์ดรุ่น GTX 650 Ti BOOST แบบปกติถึง 20% พร้อมด้วยวัสดุทนทานระดับ Super Alloy Power ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่า และยูทิลิตี้ GPU Tweak สำหรับการจูนค่าต่างๆ ที่ใช้งานง่าย
Direct CU II ช่วยรีดสปีดให้แรงจัด แต่คงความเงียบและเย็นอย่างเหนือชั้น
ด้วยการออกแบบโครงสร้างเพื่อการระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพของเอซุส ช่วยสร้างความเสถียรให้การเล่นเกมในระดับไฮเอ็นด์ ด้วยท่อระบายความร้อนพิเศษที่ทำจากทองแดงทั้งหมดและมีหน้าสัมผัสโดยตรงกับ GPU ส่งผลให้สามารถรักษาระดับอุณภูมิภายในได้เย็นขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับการ์ดจอปกติในรุ่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีพัดลมระบายอากาศขนาด 80 มิลลิเมตรที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยมีใบพัดที่ใช้หลักการด้านวิศวกรรมในการออกแบบให้สามารถลดแรงฉุด ทำให้ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนจากพัดลมอย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังทำงานผสานกับระบบ DirectCU II Cooler ได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อเปรียบเทียบกับการ์ดปกติในรุ่นเดียวกันแล้ว ASUS GeForce GTX 650 Ti BOOST DirectCU II สามารถทำงานได้เงียบกว่าถึง 3 เท่า*
วัสดุระดับ Super Alloy Power – ให้เสถียรภาพที่วางใจได้สำหรับการโอเวอร์คล็อกแบบสมบุกสมบัน เอซุสใช้วัสดุเกรดคุณภาพสูงสำหรับตัวกราฟฟิกส์การ์ดเพื่อรองรับอุณหภูมิสูง จากการใช้งานและโอเวอร์คล็อกอย่างสมบุกสมบัน ช่วยยืดอายุของผลิตภัณฑ์ให้ยาวนานยิ่งกว่า และยังใช้วัสดุชั้นเยี่ยมในส่วนของ โซลิทคาปาซิเตอร์ โช้คที่มีแกนกลางทำจากคอนกรีต และ MOSFETs ที่แข็งแกร่ง ให้ความคงทนและยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้นถึง 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับการ์ดรุ่นปกติ นอกจากนี้ยังช่วยให้โอเวอร์คล็อกได้ไกลยิ่งขึ้นอีกประมาณ 15% เมื่อเทียบกับการ์ดแบบปกติรุ่นเดียวกัน
ยูทิลิตี้ GPU Tweak ให้เหล่าเกมเมอร์เข้าถึงการจูนค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ด้วย ยูทิลิตี้ GPU Tweak ลิขสิทธิ์เฉพาะจากเอซุส คอเกมสามารถจูนและปรับแต่งค่าต่างๆ ผ่านอินเตอร์เฟซที่ใช้งานได้ง่าย ไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนฟีเจอร์หรือตั้งค่าคุณสมบัติด้านกราฟฟิกส์ต่างๆ ก็สามารถทำได้อย่างใจสั่ง ทั้งความเร็ว Core ความเร็วนาฬิกา ค่าโวลท์ ความเร็วพัดลม และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังสามารถสร้างโพรไฟล์สำหรับตั้งค่าเกมต่างๆ ในแบบเฉพาะได้ ช่วยเพิ่มโอกาสในการชนะคู่ต่อสู้ หรือทำลายสถิติได้มากขึ้น
“GeForce GTX 670 DirectCU Mini” – กราฟฟิกส์การ์ดรุ่นจิ๋ว แต่พ่วงความสามารถแบบไม่จิ๋ว
กราฟฟิกส์การ์ดฉบับกะทัดรัดที่ให้ประสิทธิภาพสูง ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อการประหยัดเนื้อที่บนพีซีที่ใช้มาเธอร์บอร์ดขนาด Mini ITX และ Micro ATX ใช้พื้นที่ติดตั้ง 2 สล็อต กับความยาวเพียง 17 ซม. ซึ่งสล็อตของการ์ดรุ่นปกตินั้นมีขนาดถึง 24.13 ซม. ด้วยความกระทัดรัดและสะดวกต่อการประกอบนี้เอง ส่งผลให้ GTX 670 DirectCU Mini เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคอเกมและผู้ใช้ทั่วไป ช่วยให้การเดินสายไฟภายในเคสทำได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังนำมาประกอบเป็นโฮมเธียเตอร์พีซี (HTPC) แบบ D.I.Y เพื่อการใช้งานด้านบันเทิงมัลติมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพในการประมวลผลกราฟฟิกส์ที่คมชัด มาพร้อมระบบระบายอากาศแบบ DirectCU Thermal Design ที่ผสานการทำงานระหว่างหอระบายความร้อนแบบไอระเหย (Heat-spreading vapor chamber) เข้ากับพัดลมแบบ CoolTech Fan ช่วยสร้างการระบายอากาศในวงกว้างและรักษาความเย็นให้ภาพกราฟฟิกส์และอุปกรณ์ต่างๆ มีความเสถียรสูงสุด
ระบบระบายความร้อนแบบ DirectCU และพัดลมระบายอากาศแบบ CoolTech Fan ด้วยความสามารถในการรักษาอุณหภูมิจากระบบ DirectCU Cooler ผสานกับการใช้ท่อทองแดงระบายความร้อนที่อยู่ติดกับส่วนบนของ GPU โดยตรง หรือ Heat-spreading vapor chamber ทำให้เอซุสมีระบบสร้างความเย็นแบบใหม่ที่ช่วยกระจายความร้อนและลดอุณหภูมิลงได้กว่า 20% (หรือประมาณ 7.5 องศาเซลเซียส) เมื่อเทียบกับการ์ด GTX670 รุ่นปกติ นอกจากนี้ ยังใช้พัดลมแบบ CoolTech Fan ที่ใช้ทั้งระบบแกนหมุนและลมเป่า ช่วยสร้างการระบายอากาศในวงกว้าง ให้ความเย็นและช่วยระบายความร้อนผ่านออกไปจากตัวการ์ดจากทางด้านหลังและด้านบน อีกทั้งยังให้การทำงานที่เงียบยิ่งขึ้นถึง 3 เท่าภายในพื้นที่จำกัด
วัสดุ Super Alloy Power เพื่อเสถียรภาพและความคงทนที่เหนือกว่า ด้วยความได้เปรียบจากขนาดของตัวการ์ดจอที่เล็กกระทัดรัด ASUS GeForce GTX 670 DirectCU Mini ใช้เทคโนโลยี Direct Power ที่ช่วยประสานการส่งกำลังจากส่วนประกอบต่างๆ กับ GPU เพื่อผลลัพธ์ที่มีเสถียรภาพในการกระจายพลังงาน สร้างความต้านทานต่อไฟฟ้าสลับต่ำลงถึง 56% และช่วยให้แผ่น PCB เย็นขึ้นถึง 15% ด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยมระดับ Super Alloy Power ในส่วนของ โซลิทคาปาซิเตอร์ โช้ค และ MOSFETs ช่วยให้ความคงทนและยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้นถึง 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับชิ้นส่วนของการ์ดจอทั่วๆ ไป
GPU Tweak ยูทิลิตี้ที่ให้การจูนนิ่งที่ง่ายและแม่นยำ ยูทิลิตี้ GPU Tweak ลิขสิทธิ์เฉพาะจากเอซุส มีอินเตอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนฟีเจอร์หรือตั้งค่าคุณสมบัติด้านกราฟฟิกส์ต่างๆ ก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วตามต้องการ ทั้งเปลี่ยนค่าความเร็ว Core ตั้งความเร็วนาฬิกา เช็ทค่าโวลท์ ความเร็วพัดลม หรือค่าการจ่ายพลังงาน ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังสามารถสร้างโพรไฟล์สำหรับตั้งค่าเกมต่างๆ ในแบบเฉพาะได้ ช่วยเพิ่มโอกาสในการชนะคู่ต่อสู้ หรือทำลายสถิติได้มากขึ้น
“ASUS” ผู้ผลิตมาเธอร์บอร์ดที่มียอดขายและได้รับรางวัลมากที่สุดในโลกประกาศเปิดตัวสุดยอดกราฟฟิกส์การ์ดใหม่ล่าสุด 2 รุ่นจาก NVIDIA “GeForce GTX 650 Ti BOOST DirectCU II” ที่มาพร้อมความสามารถในการโอเวอร์คล็อกอย่างพร้อมสรรพ์ด้วยความเร็ว GPU สูงสุดที่ 1,085 เมกกะเฮิร์ทซ์ พร้อมหน่วยความจำขนาด 2GB แบบ GDDR5 บนอินเตอร์เฟซความเร็ว 192 บิต และ “GeForce GTX 670 DirectCU Mini” กราฟฟิกส์การ์ดที่ถูกย่อขนาดลงแต่ยังให้ประสิทธิภาพสูง โดยได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษให้ใส่เข้ากับพีซีที่ใช้มาเธอร์บอร์ดขนาด Mini ITX และ Micro ATX ได้อย่างลงตัว โดยทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมระบบระบายความร้อนด้วย DirectCU II ที่มีโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมเหนือชั้น สามารถทำงานได้เงียบ ทนทาน ให้คอเกมเลือกใช้ได้ตามสไตล์การประกอบพีซีแบบ D.I.Y อย่างมีอิสระภายใต้งบประมาณที่เหมาะสม
“GeForce GTX 650 Ti BOOST DirectCU II” – กราฟฟิกส์การ์ดเพื่อคอเกมขา D.I.Y
GTX 650 Ti BOOST DirectCU II มาพร้อมความแรงด้วยการโอเวอร์คล็อกจากโรงงานที่ 1,085 เมกกะเฮิร์ทซ์ และใช้หน่วยความจำขนาด 2GB แบบ GDDR5 บนอินเตอร์เฟซความเร็ว 192 บิต ให้ประสิทธิภาพแรงจัด พร้อมรองรับระบบ DirectX 11.1 ให้คอเกมและขา D.I.Y สามารถจูนและปรับแต่งค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ด้วยฟีเจอร์พิเศษ GTX 650 Ti BOOST DirectCU II จากเอซุส ซึ่งประกอบด้วยระบบทำความเย็น DirectCU II Cooler ช่วยรักษาอุณหภูมิให้เย็นกว่าการ์ดรุ่น GTX 650 Ti BOOST แบบปกติถึง 20% พร้อมด้วยวัสดุทนทานระดับ Super Alloy Power ที่ช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่า และยูทิลิตี้ GPU Tweak สำหรับการจูนค่าต่างๆ ที่ใช้งานง่าย
Direct CU II ช่วยรีดสปีดให้แรงจัด แต่คงความเงียบและเย็นอย่างเหนือชั้น
ด้วยการออกแบบโครงสร้างเพื่อการระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพของเอซุส ช่วยสร้างความเสถียรให้การเล่นเกมในระดับไฮเอ็นด์ ด้วยท่อระบายความร้อนพิเศษที่ทำจากทองแดงทั้งหมดและมีหน้าสัมผัสโดยตรงกับ GPU ส่งผลให้สามารถรักษาระดับอุณภูมิภายในได้เย็นขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับการ์ดจอปกติในรุ่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีพัดลมระบายอากาศขนาด 80 มิลลิเมตรที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยมีใบพัดที่ใช้หลักการด้านวิศวกรรมในการออกแบบให้สามารถลดแรงฉุด ทำให้ช่วยลดเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนจากพัดลมอย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังทำงานผสานกับระบบ DirectCU II Cooler ได้เป็นอย่างดี โดยเมื่อเปรียบเทียบกับการ์ดปกติในรุ่นเดียวกันแล้ว ASUS GeForce GTX 650 Ti BOOST DirectCU II สามารถทำงานได้เงียบกว่าถึง 3 เท่า*
วัสดุระดับ Super Alloy Power – ให้เสถียรภาพที่วางใจได้สำหรับการโอเวอร์คล็อกแบบสมบุกสมบัน เอซุสใช้วัสดุเกรดคุณภาพสูงสำหรับตัวกราฟฟิกส์การ์ดเพื่อรองรับอุณหภูมิสูง จากการใช้งานและโอเวอร์คล็อกอย่างสมบุกสมบัน ช่วยยืดอายุของผลิตภัณฑ์ให้ยาวนานยิ่งกว่า และยังใช้วัสดุชั้นเยี่ยมในส่วนของ โซลิทคาปาซิเตอร์ โช้คที่มีแกนกลางทำจากคอนกรีต และ MOSFETs ที่แข็งแกร่ง ให้ความคงทนและยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้นถึง 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับการ์ดรุ่นปกติ นอกจากนี้ยังช่วยให้โอเวอร์คล็อกได้ไกลยิ่งขึ้นอีกประมาณ 15% เมื่อเทียบกับการ์ดแบบปกติรุ่นเดียวกัน
ยูทิลิตี้ GPU Tweak ให้เหล่าเกมเมอร์เข้าถึงการจูนค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ด้วย ยูทิลิตี้ GPU Tweak ลิขสิทธิ์เฉพาะจากเอซุส คอเกมสามารถจูนและปรับแต่งค่าต่างๆ ผ่านอินเตอร์เฟซที่ใช้งานได้ง่าย ไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนฟีเจอร์หรือตั้งค่าคุณสมบัติด้านกราฟฟิกส์ต่างๆ ก็สามารถทำได้อย่างใจสั่ง ทั้งความเร็ว Core ความเร็วนาฬิกา ค่าโวลท์ ความเร็วพัดลม และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังสามารถสร้างโพรไฟล์สำหรับตั้งค่าเกมต่างๆ ในแบบเฉพาะได้ ช่วยเพิ่มโอกาสในการชนะคู่ต่อสู้ หรือทำลายสถิติได้มากขึ้น
“GeForce GTX 670 DirectCU Mini” – กราฟฟิกส์การ์ดรุ่นจิ๋ว แต่พ่วงความสามารถแบบไม่จิ๋ว
กราฟฟิกส์การ์ดฉบับกะทัดรัดที่ให้ประสิทธิภาพสูง ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อการประหยัดเนื้อที่บนพีซีที่ใช้มาเธอร์บอร์ดขนาด Mini ITX และ Micro ATX ใช้พื้นที่ติดตั้ง 2 สล็อต กับความยาวเพียง 17 ซม. ซึ่งสล็อตของการ์ดรุ่นปกตินั้นมีขนาดถึง 24.13 ซม. ด้วยความกระทัดรัดและสะดวกต่อการประกอบนี้เอง ส่งผลให้ GTX 670 DirectCU Mini เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคอเกมและผู้ใช้ทั่วไป ช่วยให้การเดินสายไฟภายในเคสทำได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังนำมาประกอบเป็นโฮมเธียเตอร์พีซี (HTPC) แบบ D.I.Y เพื่อการใช้งานด้านบันเทิงมัลติมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพในการประมวลผลกราฟฟิกส์ที่คมชัด มาพร้อมระบบระบายอากาศแบบ DirectCU Thermal Design ที่ผสานการทำงานระหว่างหอระบายความร้อนแบบไอระเหย (Heat-spreading vapor chamber) เข้ากับพัดลมแบบ CoolTech Fan ช่วยสร้างการระบายอากาศในวงกว้างและรักษาความเย็นให้ภาพกราฟฟิกส์และอุปกรณ์ต่างๆ มีความเสถียรสูงสุด
ระบบระบายความร้อนแบบ DirectCU และพัดลมระบายอากาศแบบ CoolTech Fan ด้วยความสามารถในการรักษาอุณหภูมิจากระบบ DirectCU Cooler ผสานกับการใช้ท่อทองแดงระบายความร้อนที่อยู่ติดกับส่วนบนของ GPU โดยตรง หรือ Heat-spreading vapor chamber ทำให้เอซุสมีระบบสร้างความเย็นแบบใหม่ที่ช่วยกระจายความร้อนและลดอุณหภูมิลงได้กว่า 20% (หรือประมาณ 7.5 องศาเซลเซียส) เมื่อเทียบกับการ์ด GTX670 รุ่นปกติ นอกจากนี้ ยังใช้พัดลมแบบ CoolTech Fan ที่ใช้ทั้งระบบแกนหมุนและลมเป่า ช่วยสร้างการระบายอากาศในวงกว้าง ให้ความเย็นและช่วยระบายความร้อนผ่านออกไปจากตัวการ์ดจากทางด้านหลังและด้านบน อีกทั้งยังให้การทำงานที่เงียบยิ่งขึ้นถึง 3 เท่าภายในพื้นที่จำกัด
วัสดุ Super Alloy Power เพื่อเสถียรภาพและความคงทนที่เหนือกว่า ด้วยความได้เปรียบจากขนาดของตัวการ์ดจอที่เล็กกระทัดรัด ASUS GeForce GTX 670 DirectCU Mini ใช้เทคโนโลยี Direct Power ที่ช่วยประสานการส่งกำลังจากส่วนประกอบต่างๆ กับ GPU เพื่อผลลัพธ์ที่มีเสถียรภาพในการกระจายพลังงาน สร้างความต้านทานต่อไฟฟ้าสลับต่ำลงถึง 56% และช่วยให้แผ่น PCB เย็นขึ้นถึง 15% ด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยมระดับ Super Alloy Power ในส่วนของ โซลิทคาปาซิเตอร์ โช้ค และ MOSFETs ช่วยให้ความคงทนและยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้นถึง 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับชิ้นส่วนของการ์ดจอทั่วๆ ไป
GPU Tweak ยูทิลิตี้ที่ให้การจูนนิ่งที่ง่ายและแม่นยำ ยูทิลิตี้ GPU Tweak ลิขสิทธิ์เฉพาะจากเอซุส มีอินเตอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ไม่ว่าจะปรับเปลี่ยนฟีเจอร์หรือตั้งค่าคุณสมบัติด้านกราฟฟิกส์ต่างๆ ก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วตามต้องการ ทั้งเปลี่ยนค่าความเร็ว Core ตั้งความเร็วนาฬิกา เช็ทค่าโวลท์ ความเร็วพัดลม หรือค่าการจ่ายพลังงาน ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังสามารถสร้างโพรไฟล์สำหรับตั้งค่าเกมต่างๆ ในแบบเฉพาะได้ ช่วยเพิ่มโอกาสในการชนะคู่ต่อสู้ หรือทำลายสถิติได้มากขึ้น
วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556
ASUS เตรียมปล่อยของแรง GeForce(R)GTX Titan
ASUS เตรียมปล่อยของแรง “GeForce(R)GTX Titan” กราฟฟิกส์การ์ดที่การันตีความแรงในระดับเดียวกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์! พร้อมทุบสถิติโลกล่าสุดบนโปรแกรม 3DMark ถึง 4 รายการ
สุดล้ำกับการ์ดจอแบบ Single-GPUที่ให้ความแรงทะลุพิกัด พ่วงเทคโนโลยี GPU Boost 2.0 จาก NVIDIA(R) พร้อมหน่วยความจำขนาด 6GB GDDR5และยูทิลิตี้ ASUS GPU Tweak สำหรับจูนค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
ASUS ผู้ผลิตมาเธอร์บอร์ดที่มียอดขายและได้รับรางวัลมากที่สุดในโลก ประกาศเปิดตัวการมาถึงของผลิตภัณฑ์กราฟฟิกส์การ์ดสุดแรง “ASUS GeForce(R) GTX Titan”ที่เหล่า เกมเมอร์ทั่วโลกต่างรอคอย โดยตัวการ์ดใช้โครงสร้างสถาปัตยกรรมตามแบบ NVIDIA(R) Tesla K20X ซึ่งให้อัตราการแสดงภาพกราฟฟิกส์นั้นแรงระดับเดียวกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีอันโดดเด่นมากมาย อาทิ DirectX(R) 11.1 และ PCI Express 3.0มาพร้อมอัตราความเร็วในการโอเวอร์คล็อกแบบเต็มพิกัดของGPU ที่ 876เมกะเฮิร์ทซ์ ซึ่งเป็นผลของเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง GPU Boost 2.0 จาก NVIDIA(R) นอกจากนี้กราฟฟิกส์การ์ด “ASUS GeForce(R) GTX Titan” ยังมีหน่วยความจำในตัวขนาด 6GB GDDR5 ซึ่งถูกโอเวอร์คล็อกที่ความเร็ว 6,000 เมกะเฮิร์ทซ์ ทำให้ได้ประสิทธิภาพแบบทะลุพิกัดซึ่งการันตีด้วยผลงานล่าสุดในการทุบสถิติโลกจากการโอเวอร์คล็อกในโปรแกรม 3DMark ถึง 4 รายการโดยทีมวิจัยและพัฒนาของ ROG นำโดยนักโอเวอร์คล็อกซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง อังเดร หยาง และชามิโน่ ซึ่งโชว์ผลงานทำลายสถิติบนโปรแกรม 3DMark11 ด้วยคะแนนถึง 36,658 แต้มในโหมด Entry, 37,263 แต้มในโหมด Performance และ 22,076 แต้มในโหมด Extreme รวมถึงยังสร้างสถิติโลกใหม่บนโปรแกรม 3DMark Fire Strike ด้วยคะแนนสูงถึง 21,818 แต้ม ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำมาบนโปรแกรมจากค่าย Futuremark(R)ซึ่งเรียกได้ว่า ASUS GeForce(R) GTX Titanเป็นกราฟฟิกส์การ์ดที่แรงที่สุดในโลกในบรรดาการ์ดจอแบบเดี่ยว หรือ Single-GPUในตลาดขณะนี้
กราฟฟิกส์การ์ดรุ่นนี้ให้สมรรถนะความแรงในการประมวลผลภาพกราฟฟิกส์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการเล่นเกมสุดระห่ำบนเครื่องพีซีและช่วยยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือชั้นกว่าให้กับบรรดาผู้ใช้งานด้านมัลติมีเดียอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเทคโนโลยีภาพที่ล้ำหน้ายิ่งกว่าความคมชัดในระดับFull HD ที่ 1080p นอกจากนี้กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce(R) GTX Titan ยังมาพร้อมยูทิลิตี้ที่ใช้งานได้อย่างสะดวกง่ายดายอย่าง GPU Tweakช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งประสิทธิภาพและจูนตั้งค่าในพารามิเตอร์ต่างๆ ผ่านอินเตอร์เฟซที่ไม่ซับซ้อน แต่คงไว้ซึ่งรายละเอียดสำคัญอย่างครบถ้วน
ผนึกกำลังเทคโนโลยี NVIDIA(R) GPU Boost 2.0 และASUS GPU Tweak ให้การจูนค่าที่แม่นยำดั่งใจสั่ง กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce(R) GTX Titanใช้ GPU แบบเดี่ยวที่อัตราความเร็ว 876 เมกะเฮิร์ทซ์มาพร้อมเทคโนโลยี GPU Boost 2.0 จากNVIDIA(R) ที่ช่วยเร่งอัตราความเร็วสัญญาณนาฬิกา สร้างสปีดความถี่ของ Core ให้อยู่ในรอบที่สูงขึ้น อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการควบคุมระดับอุณหภูมิ ผู้ใช้งานสามารถเช็ตเปลี่ยนค่าความเร็วต่างๆ ของนาฬิกา ตั้งปริมาณการจ่ายไฟภายในเครื่อง ไปจนถึงควบคุมอุณหภูมิของ GPU ผ่านทางอินเตอร์เฟซของ NVIDIA(R) GPU Boost 2.0ได้อย่างง่ายดาย
ยูทิลิตี้ GPU Tweakของเอซุสได้รับการบูรณาการเข้ากับสุดยอดกราฟฟิกส์การ์ดรุ่นนี้เพื่อมอบประสิทธิภาพในการแสดงรายละเอียดภาพกราฟฟิกส์ที่เหนือกว่า รวมทั้งให้ความยืดหยุ่นในการประมวลผลภาพในรูปแบบต่างๆ โดยผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าของ Core หน่วยความจำของนาฬิกา ค่าโวลต์เทจ และความเร็วพัดลม ไปจนถึงสร้างโปรไฟล์การตั้งค่าอัตโนมัติสำหรับการเล่นเกมและการใช้แอ็พพลิเคชั่นรูปแบบต่างๆ จากการพิสูจน์และทดสอบความสามารถของยูทิลิตี้ GPU Tweakเวอร์ชั่นใหม่ในกราฟฟิกส์การ์ดของเอซุส ปรากฎว่าผู้ใช้งานต่างชื่นชอบระบบอินเตอร์เฟซที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานในระดับเบื้องต้น ไปจนถึงผู้มีทักษะและสนใจในด้านฮาร์ดแวร์ ก็สามารถควบคุมการทำงานของเครื่องพีซีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจากการใช้กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titan
ขุมพลังความแรงทะลุพิกัด ระดับเดียวกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์
กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titanใช้การดีไซน์ที่เป็นการต่อยอดมาจากเทคโนโลยี NVIDIA® Tesla K20Xโดยกราฟฟิกส์การ์ดในตระกูล Teslaจาก NVIDIA®เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในการใช้กับแอ็พพลิเคชั่นของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์โดยนักออกแบบกราฟฟิกส์มืออาชีพ ดีไซน์เนอร์ ไปจนถึงนักวิจัยในทั่วโลก กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titanใช้ 2688 CUDA Coreและระบบอินเตอร์เฟซความเร็ว384 บิต สำหรับหน่วยความจำภาพวิดีโอขนาด 6GB GDDR5 ของตัวการ์ด โดยได้รับการโอเวอร์คล็อกที่ความเร็ว 6,000 เมกะเฮิร์ทซ์ ดังนั้น กราฟฟิกส์การ์ดรุ่นนี้จึงส่งมอบความแรงได้อย่างเต็มพิกัดและสามารถรองรับเกมที่สูบทรัพยากรเครื่องอย่างหนักหน่วงได้อย่างสบายๆ รวมไปถึงการใช้งานด้านมัลติมีเดียที่ต้องการความละเอียดที่สูงกว่าระดับ HD เช่น ภาพขนาด 2560 x 1600p ขึ้นไป นอกจากนี้ ยังเสริมประสิทธิภาพให้กับความไหลลื่นของภาพด้วยฟีเจอร์ DirectX® 11.1 ที่ไร้การสะดุดแม้ในการแสดงภาพที่เป็นสเปเชียลเอฟเฟ็คส์หรือกราฟฟิกส์เคลื่อนไหวรวดเร็วในระดับสูงสุด สำหรับคอเกมขาระห่ำและผู้ใช้งานด้านกราฟฟิกส์แบบมืออาชีพแล้ว ASUS GeForce® GTX Titanถือเป็นตัวเลือกของกราฟฟิกส์การ์ดที่ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงไปสู่ยุคเจนเนอเรชั่นใหม่อย่างแท้จริง
สร้างสถิติโลกใหม่ 4 รายการรวด!
นักโอเวอร์คล็อกชั้นนำระดับโลก อังเดร หยาง ได้สร้างผลงานทุบสถิติใหม่บนโปรแกรม3DMark11โดยใช้ไฮโดรเจนเหลวในอุณหภูมิติดลบ ซึ่งฮาร์ดแวร์หลักในการโอเวอร์คล็อกครั้งนี้ประกอบด้วยกราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titan2 ตัว เชื่อมต่อในแบบ SLIผนึกกำลังกับมาเธอร์บอร์ดสุดแกร่งอย่างROG Rampage IV Extreme รุ่นที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7-3970X สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและค่าทางสถิติต่างๆ เกี่ยวกับการโอเวอร์คล็อกทุบสถิติครั้งนี้ได้ที่ http://www.3dmark.com/hall-of-fame/
ในส่วนของการทำลายสถิติโลกบนโปรแกรม 3DMark Fire Strikeอังเดร หยาง และสมาชิกในทีมวิจัยและพัฒนาจาก ทีม ROG และนักโอเวอร์คล็อกขาระห่ำชื่อดังอย่างชามิโน่ ได้ใช้กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titan2 ตัวที่ใช้NVIDIA® SLI™ โดยผสานกำลังกับมาเธอร์บอร์ด ROG Rampage IV ExtremeIntel® Core™ i7-3970X จาก เอซุสเช่นเดียวกัน
สุดล้ำกับการ์ดจอแบบ Single-GPUที่ให้ความแรงทะลุพิกัด พ่วงเทคโนโลยี GPU Boost 2.0 จาก NVIDIA(R) พร้อมหน่วยความจำขนาด 6GB GDDR5และยูทิลิตี้ ASUS GPU Tweak สำหรับจูนค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
ASUS ผู้ผลิตมาเธอร์บอร์ดที่มียอดขายและได้รับรางวัลมากที่สุดในโลก ประกาศเปิดตัวการมาถึงของผลิตภัณฑ์กราฟฟิกส์การ์ดสุดแรง “ASUS GeForce(R) GTX Titan”ที่เหล่า เกมเมอร์ทั่วโลกต่างรอคอย โดยตัวการ์ดใช้โครงสร้างสถาปัตยกรรมตามแบบ NVIDIA(R) Tesla K20X ซึ่งให้อัตราการแสดงภาพกราฟฟิกส์นั้นแรงระดับเดียวกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีอันโดดเด่นมากมาย อาทิ DirectX(R) 11.1 และ PCI Express 3.0มาพร้อมอัตราความเร็วในการโอเวอร์คล็อกแบบเต็มพิกัดของGPU ที่ 876เมกะเฮิร์ทซ์ ซึ่งเป็นผลของเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง GPU Boost 2.0 จาก NVIDIA(R) นอกจากนี้กราฟฟิกส์การ์ด “ASUS GeForce(R) GTX Titan” ยังมีหน่วยความจำในตัวขนาด 6GB GDDR5 ซึ่งถูกโอเวอร์คล็อกที่ความเร็ว 6,000 เมกะเฮิร์ทซ์ ทำให้ได้ประสิทธิภาพแบบทะลุพิกัดซึ่งการันตีด้วยผลงานล่าสุดในการทุบสถิติโลกจากการโอเวอร์คล็อกในโปรแกรม 3DMark ถึง 4 รายการโดยทีมวิจัยและพัฒนาของ ROG นำโดยนักโอเวอร์คล็อกซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง อังเดร หยาง และชามิโน่ ซึ่งโชว์ผลงานทำลายสถิติบนโปรแกรม 3DMark11 ด้วยคะแนนถึง 36,658 แต้มในโหมด Entry, 37,263 แต้มในโหมด Performance และ 22,076 แต้มในโหมด Extreme รวมถึงยังสร้างสถิติโลกใหม่บนโปรแกรม 3DMark Fire Strike ด้วยคะแนนสูงถึง 21,818 แต้ม ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำมาบนโปรแกรมจากค่าย Futuremark(R)ซึ่งเรียกได้ว่า ASUS GeForce(R) GTX Titanเป็นกราฟฟิกส์การ์ดที่แรงที่สุดในโลกในบรรดาการ์ดจอแบบเดี่ยว หรือ Single-GPUในตลาดขณะนี้
| ASUS GeForce GTX TITAN |
กราฟฟิกส์การ์ดรุ่นนี้ให้สมรรถนะความแรงในการประมวลผลภาพกราฟฟิกส์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการเล่นเกมสุดระห่ำบนเครื่องพีซีและช่วยยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือชั้นกว่าให้กับบรรดาผู้ใช้งานด้านมัลติมีเดียอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเทคโนโลยีภาพที่ล้ำหน้ายิ่งกว่าความคมชัดในระดับFull HD ที่ 1080p นอกจากนี้กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce(R) GTX Titan ยังมาพร้อมยูทิลิตี้ที่ใช้งานได้อย่างสะดวกง่ายดายอย่าง GPU Tweakช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งประสิทธิภาพและจูนตั้งค่าในพารามิเตอร์ต่างๆ ผ่านอินเตอร์เฟซที่ไม่ซับซ้อน แต่คงไว้ซึ่งรายละเอียดสำคัญอย่างครบถ้วน
ผนึกกำลังเทคโนโลยี NVIDIA(R) GPU Boost 2.0 และASUS GPU Tweak ให้การจูนค่าที่แม่นยำดั่งใจสั่ง กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce(R) GTX Titanใช้ GPU แบบเดี่ยวที่อัตราความเร็ว 876 เมกะเฮิร์ทซ์มาพร้อมเทคโนโลยี GPU Boost 2.0 จากNVIDIA(R) ที่ช่วยเร่งอัตราความเร็วสัญญาณนาฬิกา สร้างสปีดความถี่ของ Core ให้อยู่ในรอบที่สูงขึ้น อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการควบคุมระดับอุณหภูมิ ผู้ใช้งานสามารถเช็ตเปลี่ยนค่าความเร็วต่างๆ ของนาฬิกา ตั้งปริมาณการจ่ายไฟภายในเครื่อง ไปจนถึงควบคุมอุณหภูมิของ GPU ผ่านทางอินเตอร์เฟซของ NVIDIA(R) GPU Boost 2.0ได้อย่างง่ายดาย
ยูทิลิตี้ GPU Tweakของเอซุสได้รับการบูรณาการเข้ากับสุดยอดกราฟฟิกส์การ์ดรุ่นนี้เพื่อมอบประสิทธิภาพในการแสดงรายละเอียดภาพกราฟฟิกส์ที่เหนือกว่า รวมทั้งให้ความยืดหยุ่นในการประมวลผลภาพในรูปแบบต่างๆ โดยผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าของ Core หน่วยความจำของนาฬิกา ค่าโวลต์เทจ และความเร็วพัดลม ไปจนถึงสร้างโปรไฟล์การตั้งค่าอัตโนมัติสำหรับการเล่นเกมและการใช้แอ็พพลิเคชั่นรูปแบบต่างๆ จากการพิสูจน์และทดสอบความสามารถของยูทิลิตี้ GPU Tweakเวอร์ชั่นใหม่ในกราฟฟิกส์การ์ดของเอซุส ปรากฎว่าผู้ใช้งานต่างชื่นชอบระบบอินเตอร์เฟซที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานในระดับเบื้องต้น ไปจนถึงผู้มีทักษะและสนใจในด้านฮาร์ดแวร์ ก็สามารถควบคุมการทำงานของเครื่องพีซีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจากการใช้กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titan
ขุมพลังความแรงทะลุพิกัด ระดับเดียวกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์
กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titanใช้การดีไซน์ที่เป็นการต่อยอดมาจากเทคโนโลยี NVIDIA® Tesla K20Xโดยกราฟฟิกส์การ์ดในตระกูล Teslaจาก NVIDIA®เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในการใช้กับแอ็พพลิเคชั่นของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์โดยนักออกแบบกราฟฟิกส์มืออาชีพ ดีไซน์เนอร์ ไปจนถึงนักวิจัยในทั่วโลก กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titanใช้ 2688 CUDA Coreและระบบอินเตอร์เฟซความเร็ว384 บิต สำหรับหน่วยความจำภาพวิดีโอขนาด 6GB GDDR5 ของตัวการ์ด โดยได้รับการโอเวอร์คล็อกที่ความเร็ว 6,000 เมกะเฮิร์ทซ์ ดังนั้น กราฟฟิกส์การ์ดรุ่นนี้จึงส่งมอบความแรงได้อย่างเต็มพิกัดและสามารถรองรับเกมที่สูบทรัพยากรเครื่องอย่างหนักหน่วงได้อย่างสบายๆ รวมไปถึงการใช้งานด้านมัลติมีเดียที่ต้องการความละเอียดที่สูงกว่าระดับ HD เช่น ภาพขนาด 2560 x 1600p ขึ้นไป นอกจากนี้ ยังเสริมประสิทธิภาพให้กับความไหลลื่นของภาพด้วยฟีเจอร์ DirectX® 11.1 ที่ไร้การสะดุดแม้ในการแสดงภาพที่เป็นสเปเชียลเอฟเฟ็คส์หรือกราฟฟิกส์เคลื่อนไหวรวดเร็วในระดับสูงสุด สำหรับคอเกมขาระห่ำและผู้ใช้งานด้านกราฟฟิกส์แบบมืออาชีพแล้ว ASUS GeForce® GTX Titanถือเป็นตัวเลือกของกราฟฟิกส์การ์ดที่ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงไปสู่ยุคเจนเนอเรชั่นใหม่อย่างแท้จริง
สร้างสถิติโลกใหม่ 4 รายการรวด!
นักโอเวอร์คล็อกชั้นนำระดับโลก อังเดร หยาง ได้สร้างผลงานทุบสถิติใหม่บนโปรแกรม3DMark11โดยใช้ไฮโดรเจนเหลวในอุณหภูมิติดลบ ซึ่งฮาร์ดแวร์หลักในการโอเวอร์คล็อกครั้งนี้ประกอบด้วยกราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titan2 ตัว เชื่อมต่อในแบบ SLIผนึกกำลังกับมาเธอร์บอร์ดสุดแกร่งอย่างROG Rampage IV Extreme รุ่นที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7-3970X สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและค่าทางสถิติต่างๆ เกี่ยวกับการโอเวอร์คล็อกทุบสถิติครั้งนี้ได้ที่ http://www.3dmark.com/hall-of-fame/
ในส่วนของการทำลายสถิติโลกบนโปรแกรม 3DMark Fire Strikeอังเดร หยาง และสมาชิกในทีมวิจัยและพัฒนาจาก ทีม ROG และนักโอเวอร์คล็อกขาระห่ำชื่อดังอย่างชามิโน่ ได้ใช้กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titan2 ตัวที่ใช้NVIDIA® SLI™ โดยผสานกำลังกับมาเธอร์บอร์ด ROG Rampage IV ExtremeIntel® Core™ i7-3970X จาก เอซุสเช่นเดียวกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)