โซลูชั่นรุ่นใหม่สำหรับแบ็คอัพข้อมูลบนเครือข่ายที่ใช้งานได้ง่ายและได้รับรางวัลทำให้คุณสามารถเข้าถึงและใช้ไฟล์ข้อมูลทั้งหมดร่วมกันได้ง่าย
บริษัทซีเกท เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (NASDAQ: STX) เปิดตัวโซลูชั่นสำหรับจัดเก็บข้อมูลในเครือข่ายภายในบ้านรุ่นใหม่ ชื่อ “ซีเกท เซ็นทรัล แชร์ สตอเรจ (Seagate(R) Central shared storage)” ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลรุ่นแรกที่สามารถใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นของสมาร์ททีวีเพื่อเข้าถึงไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ ได้ทางจอภาพขนาดใหญ่ รางวัลอันทรงเกียรติจากงานซีอีเอส ประจำปี 2013 แสดงให้เห็นว่าซีเกท เซ็นทรัลนำมาซึ่งการสำรองข้อมูลทั้งหมดภายในบ้าน การเข้าถึงภาพยนตร์ดิจิตอลและเพลงจากอุปกรณ์บนเครือข่าย เช่นเดียวกันการเข้าถึงทางไกลจากภายนอกเครือข่ายภายในบ้านโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ซีเกทยังพัฒนาไปอีกขั้นในการทำให้ผลิตภัณฑ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลรุ่นเซ็นทรัลได้รับการออกแบบสำหรับใช้งานในแนวนอน ซึ่งเหมาะสมสำหรับใช้งานเพื่อความบันเทิงและดูดีในห้องนั่งเล่น
เซ็นทรัล – แบ็คอัพข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องได้อย่างง่ายดาย
ซีเกทพัฒนาผลิตภัณฑ์นี้เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่าย จากการเน้นหนักในการตอบสนองความต้องการอันดับแรกของครัวเรือนที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์มากกว่าหนึ่งเครื่อง ซีเกทออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับสำรองข้อมูลแบบศูนย์กลางที่ใช้งานง่ายสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องที่อยู่ภายในบ้าน แม้ว่าแต่ละเครื่องจะมีระบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน ซีเกทพัฒนาซอฟท์แวร์ขึ้นใหม่และใช้ประสบการณ์ของผู้ใช้งานเพื่อพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลร่วมกันของซีเกท เซ็นทรัล (Seagate Central shared storage) เพื่อให้ผลิตภัณฑ์นี้นำเสนอการสำรองข้อมูลอย่างไร้ที่ติสำหรับแต่ละระบบในเครือข่ายภายในบ้าน แม้กระทั่งในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ผสมผสานระหว่างคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ (Windows OS) และ แมค โอเอส เอ็กซ์ (Mac OS X) นอกจากการสำรองข้อมูลโดยอัตโนมัติอย่างต่อเนื่องสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องภายในบ้าน ซีเกท เซ็นทรัลยังสามารถสำรองภาพนิ่งและวิดีโอโดยตรงจากเฟซบุ๊ค ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษที่ถูกเปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในสายผลิตภัณฑ์ไดรฟ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลภายนอก รุ่น แบ็คอัพ พลัส (Backup Plus line of external drives) ที่ได้รับรางวัล
“นี่เป็นโซลูชั่นสำหรับสำรองข้อมูลที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวในยุคปัจจุบัน ซึ่งจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนมากขึ้น” นายสกอตต์ ฮอร์น รองประธานฝ่ายการตลาดของซีเกท (Scott Horn, vice president of marketing at Seagate) กล่าว “เราเน้นหนักในการทำให้ผลิตภัณฑ์เซ็นทรัลใช้งานได้ง่ายภายในบ้าน ผู้บริโภคจะพบว่าผลิตภัณฑ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลรุ่นเซ็นทรัล เป็นโซลูชั่นสำหรับสำรองข้อมูลที่ใช้งานได้ง่ายพร้อมกับแอพพลิเคชั่นที่ดูดีซึ่งทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงข้อมูลของพวกเขาได้จากอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลแบบพกพาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เช่นเดียวกับซัมซุงสมาร์ททีวี (Samsung Smart televisions) และเครื่องเล่นบลู-เรย์ (Blu-ray players)”
การวิจัยของพาร์ค แอสโซซิเอทส์เมื่อเร็ว ๆ นี้ พบว่าผู้บริโภคเก็บข้อมูลไว้หลายแห่งรวมทั้งในโซเชียล เน็ทเวิร์คอย่างเฟซบุ๊ค ร้อยละ 8 ของข้อมูลจำพวกเพลง วิดีโอและภาพนิ่งในโซเชียล เน็ทเวิร์คถูกจัดเก็บไว้ในบร็อดแบรนด์ภายในบ้าน
“ผู้บริโภคกำลังมองหาโซลูชั่นสำหรับจัดเก็บข้อมูลที่ช่วยให้พวกเขารวบรวมข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ในหลายแห่งและปกป้องข้อมูลให้ปลอดภัย” นายจอห์น แบร์เร็ท ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ผู้บริโภคของพาร์คส์ แอสโซซิเอทส์ (John Barrett, director of Consumer Analytics at Parks Associates) กล่าว “ผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ไม่มีพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางสำหรับจัดเก็บข้อมูล แต่มีเก็บข้อมูลไว้หลายแห่งตามประเภทของมีเดีย”
สนุกสนานกับภาพยนตร์และเพลงที่คุณชื่นชอบ
นอกจากการมีบทบาทสำคัญในฐานะที่เป็นอุปกรณ์สำหรับสำรองข้อมูลทั้งหมดภายในบ้านเพื่อจัดเก็บข้อมูลไว้ แห่งเดียว ผลิตภัณฑ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลรุ่นเซ็นทรัลยังได้รับการออกแบบเพื่อให้ผู้ใช้ถ่ายโอนสื่อเพื่อความบันเทิงได้ง่าย ทันทีที่ไฟล์ข้อมูลทั้งหมดของคุณและสื่อเพื่อความบันเทิงจำนวนมากถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยภายในไดรฟ์ ผลิตภัณฑ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลรุ่นเซ็นทรัลจะทำการจัดระเบียบข้อมูลของคุณตามประเภทของสื่อ เช่น วิดีโอ ภาพนิ่ง เพลงและไฟล์เอกสาร จากนั้น ซีเกทจะทำให้มันง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนในการเข้าถึงความบันเทิงและเอกสารต่าง ๆ โดยการนำเสนอแอพพลิเคชั่นที่ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ฟรีสำหรับซัมซุงสมาร์ททีวีและเครื่องเล่นบลู-เรย์ เช่นเดียวกับอุปกรณ์แอปเปิล ไอโอเอส (Apple® iOS devices) อเมซอน คินเดิล เอชดี (Amazon Kindle HD) และมือถือแอนดรอยด์ (Android mobile) เซ็นทรัลได้รับการรับรองจากดีแอลเอ็นเอ (DLNA) และยังสามารถใช้งานร่วมกับแอปเปิล แอร์เพลย์ (Apple® AirPlay®) ซึ่งหมายความว่าอุปกรณ์เกือบทุกประเภทที่เชื่อมต่อด้วยเครือข่าย สามารถเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์เซ็นทรัลได้
แอพพลิเคชั่นใหม่ในรูปแบบใหม่
ซีเกท มีเดีย แอพ (Seagate Media app) ที่ได้รับการออกแบบขึ้นใหม่ มีไว้สำหรับใช้งานกับแอนดรอยด์ (Android) คินเดิล ไฟร์ เอชดี (Kindle Fire HD) และแอปเปิล ไอโอเอส (Apple iOS) นำเสนอประสบการณ์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้อย่างไร้ที่ติสำหรับการเข้าถึง การดาวน์โหลดหรือการใช้ไฟล์ข้อมูลร่วมกันจากผลิตภัณฑ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลร่วมกันรุ่นซีเกท เซ็นทรัล ประสบการณ์ที่ผู้ใช้ได้รับจะเหมือนกันกับภายในเครือข่ายหรือการเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์เซ็นทรัลในระยะทางไกล คุณสามารถเพลิดเพลินกับไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายผ่านทางการโต้ตอบกับแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจ ทุกสิ่งถูกจัดเก็บไว้เป็นหมวดหมู่เช่นเดียวกับการดูโฟลเดอร์ต่าง ๆ ซีเกท มีเดีย แอพและซีเกท เซ็นทรัลจะสร้างความมั่นใจว่าคุณสามารถเข้าถึงไฟล์ข้อมูลที่คุณต้องการได้เสมอ
ราคาและการวางจำหน่าย
ซีเกท เซ็นทรัล แชร์ สตอเรจมีจำหน่ายเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน ศกนี้ ในราคาดังต่อไปนี้ ความจุ 2 เทราไบต์ ราคา 5,090 บาท ความจุ 3 เทราไบต์ ราคา 6,690 บาทและความจุ 4 เทราไบต์ ราคา 7,990 บาท
เกี่ยวกับรางวัลอันทรงเกียรติด้านการออกแบบและวิศวกรรมยอดเยี่ยม
รางวัลอันทรงเกียรติด้านการออกแบบและวิศวกรรมยอดเยี่ยมได้รับการสนับสนุนจากสมาคมผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคหรือซีอีเอ (Consumer Electronics Association (CEA)®) ผู้ริเริ่มการจัดงานอินเตอร์เนชั่นแนล ซีอีเอส ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้รับการยกย่องจากความสำเร็จในด้าน การออกแบบผลิตภัณฑ์และวิศวกรรมตั้งแต่ปี ค.ศ. 1976
ข้อมูลเกี่ยวกับซีเกท
ซีเกทคือผู้นำทั่วโลกในด้านฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์และโซลูชั่นสำหรับจัดเก็บข้อมูล ท่านสามารถพบข้อมูลเกี่ยวกับซีเกทได้ที่ http://www.seagate.com
หลากหลายข่าวสารด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม อุปกรณ์ไฮเทค กล้องดิจิตอล โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ รับข่าวสารพร้อมเสริฟทุกวันที่นี่
วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556
วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2556
Acer ส่งสมาร์ทโฟน 2ซิม 2 รุ่นใหม่
บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดตัวสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ 2 รุ่น ราคาโดนใจ Acer Liquid E1 Duo| V360 สมาร์ทโฟน 2 ซิม ซาวด์กระหึ่ม เพื่อความบันเทิงสุดคุ้ม และ Acer Liquid Z2 Duo | Z120 สมาร์ทโฟนระบบ 2 ซิม ราคาประหยัด สำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนจากฟีเจอร์โฟนมาใช้แอนดรอยด์โฟนเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน
Acer Liquid E1 Duo | V360 สมาร์ทโฟนเพื่อความบันเทิงรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด หน้าจอแอลซีดีขนาด 4.5 นิ้ว ความละเอียด 960x540 แบบ qHD IPS ระบบเสียงแบบ DTSTM 2 ลำโพงช่วยเพิ่มอรรถรสในการดูหนัง ฟังเพลงหรือเล่นเกมส์บนมือถือ ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 4.1 Jelly Bean แรงด้วยหน่วยประมวลผล Dual Core 1GHz หน่วยความจำ ROM 4 GB และ RAM 1GB พิมพ์ง่ายด้วยคีย์บอร์ดแบบ Google virtual keyboard/Swype กล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบออโต้โฟกัสและแฟลช LED กล้องหน้าความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล พร้อมฟีเจอร์พิเศษ Float Caller ที่ช่วยจัดการกับสายโทรเข้าขณะทำงานหรือเล่นเกมส์ขจัดการรบกวนกับสิ่งที่ทำอยู่ให้ต่อเนื่องไม่สะดุด (Uninterrupted fun) ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ทั้งวิทยุ FM, A-GPS, Bluetooth 3.0, Micro SD รองรับการทำงาน Wi-Fi 802.11 b/g/n และ 3G (900/2100 MHz) เต็มอิ่มกับความบันเทิงด้วย Google Gallery/Music, AcerCloud Music และ Facebook ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานบนมือถือด้วย Polaris Office Editor มีให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของทั้งสีขาว (Classic White) และ สีดำ (Rock Black) ในราคาสุดโดนเครื่องละ 8,990 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
Acer Liquid Z2 Duo | Z120 บางเบา ดีไซน์สวยกับ สมาร์ทโฟน 3G ที่ใส่ได้ 2 ซิมการ์ด เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแอนดรอยด์โฟนเครื่องแรก Acer Liquid Z2 Duo มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.1 Jelly Bean หน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียด 480x320 แบบ HVGA หน่วยประมวลผล 1GHz พร้อมหน่วยความจำ ROM 4GB และ RAM 512MB กล้องความละเอียดสูงสุด 3 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 99 รูป และการถ่ายแบบ Panorama เสียงดังกังวานด้วยเทคโนโลยี SRSพร้อมรองรับ วิทยุ FM, A-GPS, Bluetooth 3.0, Micro SD การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n และ 3G (900/2100 MHz) พร้อมฟีเจอร์พิเศษ Quick Mode ให้คุณใช่งานได้ง่ายเหมือนใช้โทรศัพทั่วไปและมีเวลาเรียนรู้การใช้ประโยชน์ ของแอนดรอยด์โฟน เป็นเจ้าของ Acer Liquid Z/ Duo ได้ในราคาที่ชอบเพียง 3,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
| Acer Liquid E1 Duo |
Acer Liquid E1 Duo | V360 สมาร์ทโฟนเพื่อความบันเทิงรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด หน้าจอแอลซีดีขนาด 4.5 นิ้ว ความละเอียด 960x540 แบบ qHD IPS ระบบเสียงแบบ DTSTM 2 ลำโพงช่วยเพิ่มอรรถรสในการดูหนัง ฟังเพลงหรือเล่นเกมส์บนมือถือ ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 4.1 Jelly Bean แรงด้วยหน่วยประมวลผล Dual Core 1GHz หน่วยความจำ ROM 4 GB และ RAM 1GB พิมพ์ง่ายด้วยคีย์บอร์ดแบบ Google virtual keyboard/Swype กล้องหลังความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมระบบออโต้โฟกัสและแฟลช LED กล้องหน้าความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล พร้อมฟีเจอร์พิเศษ Float Caller ที่ช่วยจัดการกับสายโทรเข้าขณะทำงานหรือเล่นเกมส์ขจัดการรบกวนกับสิ่งที่ทำอยู่ให้ต่อเนื่องไม่สะดุด (Uninterrupted fun) ครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน ทั้งวิทยุ FM, A-GPS, Bluetooth 3.0, Micro SD รองรับการทำงาน Wi-Fi 802.11 b/g/n และ 3G (900/2100 MHz) เต็มอิ่มกับความบันเทิงด้วย Google Gallery/Music, AcerCloud Music และ Facebook ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานบนมือถือด้วย Polaris Office Editor มีให้เลือกจับจองเป็นเจ้าของทั้งสีขาว (Classic White) และ สีดำ (Rock Black) ในราคาสุดโดนเครื่องละ 8,990 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
| Acer Liquid Z2 Duo |
Acer Liquid Z2 Duo | Z120 บางเบา ดีไซน์สวยกับ สมาร์ทโฟน 3G ที่ใส่ได้ 2 ซิมการ์ด เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแอนดรอยด์โฟนเครื่องแรก Acer Liquid Z2 Duo มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.1 Jelly Bean หน้าจอขนาด 3.5 นิ้ว ความละเอียด 480x320 แบบ HVGA หน่วยประมวลผล 1GHz พร้อมหน่วยความจำ ROM 4GB และ RAM 512MB กล้องความละเอียดสูงสุด 3 ล้านพิกเซล พร้อมรองรับโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 99 รูป และการถ่ายแบบ Panorama เสียงดังกังวานด้วยเทคโนโลยี SRSพร้อมรองรับ วิทยุ FM, A-GPS, Bluetooth 3.0, Micro SD การเชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n และ 3G (900/2100 MHz) พร้อมฟีเจอร์พิเศษ Quick Mode ให้คุณใช่งานได้ง่ายเหมือนใช้โทรศัพทั่วไปและมีเวลาเรียนรู้การใช้ประโยชน์ ของแอนดรอยด์โฟน เป็นเจ้าของ Acer Liquid Z/ Duo ได้ในราคาที่ชอบเพียง 3,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
วันพฤหัสบดีที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2556
ZW3D 2013 เพื่องานออกแบบ 3 มิติโดยเฉพาะ
บริษัท ZWCAD ซอฟต์แวร์ จำกัด (ZWSOFT) หนึ่งในบริษัทผู้นำเทคโนโลยีด้านโซลูชั่นการออกแบบแคด/แคม สำหรับอุตสาหกรรมการออกแบบและวิศวกรรมประกาศเปิดตัวซอฟต์แวร์ใหม่ล่าสุด ZW3D 2013 ที่มาพร้อมคุณสมบติเด่นใช้งานง่าย ช่วยประหยัดเวลาสำหรับงานออกแบบได้มากกว่า 30% พร้อมรองรับการเติบโตของตลาดด้านงานออกแบบและงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในไทย
นายโคลิน หลิน ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจต่างประเทศ, ผลิตภัณฑ์ ZW3D บริษัท ZWCAD ซอฟต์แวร์ จำกัด กล่าวว่า “ซอฟต์แวร์ ZW3D 2013 เวอร์ชั่นล่าสุดนี้ จะช่วยให้นักออกแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบวิศวกรรมทำงานได้สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติและความสามารถใหม่ๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่ดียิ่งขึ้น และครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทฯ ประกาศเปิดตัวซอฟต์แวร์ ดับเบิลยู ทรี ดี 2013 ในไทย ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการของตลาดด้านงานออกแบบ และงานอุตสาหกรรมต่างๆ ในไทยที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
ZW3D เป็นซอฟต์แวร์แคด/แคมสำหรับงานออกแบบ 3 มิติ งานออกแบบแม่พิมพ์ และการสั่งงานเครื่องจักรอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพสูงและคุ้มค่ากับราคาที่ประหยัดกว่า ซึ่งในเวอร์ชั่น 2013 นี้ได้เพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบ โดยเพิ่มคุณสมบัติการเขียนแบบร่างที่มีความยืดหยุ่นและใช้งานง่าย เมื่อนักออกแบบสร้างวัตถุหลายตัวเลือก ข้อกำหนดคุณสมบัติจะถูกสร้างขึ้นและสามารถตรวจสอบ รวมถึงแก้ปัญหาด้วยการคลิกเม้าส์เพียงครั้งเดียวสำหรับการลากหรือวางชิ้นงาน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นที่ช่วยให้นักออกแบบทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ซอฟต์แวร์ ZW3D 2013 ยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่นอีกมาก อาทิ นักออกแบบหรือผู้ใช้งานสามารถดูข้อมูล และความสัมพันธ์ของการใช้คำสั่งต่างๆ ได้ง่ายในชุดควบคุมใหม่นี้ รวมถึงการร่างแบบ และตัวช่วยเพื่อให้ทำงานสะดวกในการร่างแบบและมีประสิทธิภาพ พร้อมกับปรับปรุงในส่วนของการจัดการข้อมูลเดิม ทั้งส่วนงานออกแบบ การวาดแบบ การมอง และความแม่นยำ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาสำหรับงานออกแบบได้มากกว่า 30%
ในส่วนของโมดูล CAM อัจฉริยะยังช่วยให้วิศวกรเพิ่มความสะดวกในการเรียกใช้คำสั่งอย่างต่อเนื่องได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความคล่องตัว และลดข้อผิดพลาดในการออกแบบก่อนการผลิต และในการจัดการ CAM มีความยืดหยุ่นสามารถจัดการออกแบบได้อย่างอิสระ และจัดการรายการทั้งหมดที่มีในหมวดฟังก์ชั่นเช่น Geometry, Operations และ Outputs
ซอฟต์แวร์ ZW3D 2013 ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่มากกว่า 600 รายการ พร้อมการรวบรวมการจัดการต่างๆ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมแม่พิมพ์และฐานข้อมูลรายการใน ZW3D ของตัวเองเพื่อนำมาใช้ในอนาคต ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ซึ่งได้รับการยืนยันจากผู้ใช้งานที่เข้าร่วมทดสอบผลิตภัณฑ์ทั้งจากอเมริกา ยุโรป และเอเชียแล้วว่าซอฟต์แวร์ ZW3D 2013 มีคุณสมบัติที่โดดเด่น มีอินเตอร์เฟซที่ใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็ว ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้บริการซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพและบริการที่ดีสำหรับผู้ใช้ CAD/CAM เพื่องานออกแบบ สนใจคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ZW3D 2013 ได้ที่ http://www.zwsoft.com/products/zw3d2013
บริษัทฯ วางจำหน่ายซอฟต์แวร์ ZW3D 2013 ผ่านผู้แทนจำหน่ายในไทย 2 บริษัท คือ บริษัท ลัคกี้ เอช (Lucky Eight) โทรศัพท์ 081 867 5980 หรือ 038 507747 หรือ www.zwthai.com และบริษัท ดิจิตอล ดีไซน์ ออโตเมชั่น (Digital Design Automation) โทรศัพท์ 0 2962 7080 หรือ www.d2a-international.com
ZW3D เป็นซอฟต์แวร์แคด/แคมสำหรับงานออกแบบ 3 มิติ งานออกแบบแม่พิมพ์ และการสั่งงานเครื่องจักรอัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพสูงและคุ้มค่ากับราคาที่ประหยัดกว่า ซึ่งในเวอร์ชั่น 2013 นี้ได้เพิ่มประสิทธิภาพการออกแบบ โดยเพิ่มคุณสมบัติการเขียนแบบร่างที่มีความยืดหยุ่นและใช้งานง่าย เมื่อนักออกแบบสร้างวัตถุหลายตัวเลือก ข้อกำหนดคุณสมบัติจะถูกสร้างขึ้นและสามารถตรวจสอบ รวมถึงแก้ปัญหาด้วยการคลิกเม้าส์เพียงครั้งเดียวสำหรับการลากหรือวางชิ้นงาน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่โดดเด่นที่ช่วยให้นักออกแบบทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ซอฟต์แวร์ ZW3D 2013 ยังมีคุณสมบัติที่โดดเด่นอีกมาก อาทิ นักออกแบบหรือผู้ใช้งานสามารถดูข้อมูล และความสัมพันธ์ของการใช้คำสั่งต่างๆ ได้ง่ายในชุดควบคุมใหม่นี้ รวมถึงการร่างแบบ และตัวช่วยเพื่อให้ทำงานสะดวกในการร่างแบบและมีประสิทธิภาพ พร้อมกับปรับปรุงในส่วนของการจัดการข้อมูลเดิม ทั้งส่วนงานออกแบบ การวาดแบบ การมอง และความแม่นยำ ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาสำหรับงานออกแบบได้มากกว่า 30%
ในส่วนของโมดูล CAM อัจฉริยะยังช่วยให้วิศวกรเพิ่มความสะดวกในการเรียกใช้คำสั่งอย่างต่อเนื่องได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความคล่องตัว และลดข้อผิดพลาดในการออกแบบก่อนการผลิต และในการจัดการ CAM มีความยืดหยุ่นสามารถจัดการออกแบบได้อย่างอิสระ และจัดการรายการทั้งหมดที่มีในหมวดฟังก์ชั่นเช่น Geometry, Operations และ Outputs
ซอฟต์แวร์ ZW3D 2013 ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติใหม่มากกว่า 600 รายการ พร้อมการรวบรวมการจัดการต่างๆ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างมาตรฐานอุตสาหกรรมแม่พิมพ์และฐานข้อมูลรายการใน ZW3D ของตัวเองเพื่อนำมาใช้ในอนาคต ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน ซึ่งได้รับการยืนยันจากผู้ใช้งานที่เข้าร่วมทดสอบผลิตภัณฑ์ทั้งจากอเมริกา ยุโรป และเอเชียแล้วว่าซอฟต์แวร์ ZW3D 2013 มีคุณสมบัติที่โดดเด่น มีอินเตอร์เฟซที่ใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็ว ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้บริการซอฟต์แวร์ที่มีประสิทธิภาพและบริการที่ดีสำหรับผู้ใช้ CAD/CAM เพื่องานออกแบบ สนใจคลิกดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ZW3D 2013 ได้ที่ http://www.zwsoft.com/products/zw3d2013
บริษัทฯ วางจำหน่ายซอฟต์แวร์ ZW3D 2013 ผ่านผู้แทนจำหน่ายในไทย 2 บริษัท คือ บริษัท ลัคกี้ เอช (Lucky Eight) โทรศัพท์ 081 867 5980 หรือ 038 507747 หรือ www.zwthai.com และบริษัท ดิจิตอล ดีไซน์ ออโตเมชั่น (Digital Design Automation) โทรศัพท์ 0 2962 7080 หรือ www.d2a-international.com
วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556
ASUS เตรียมปล่อยของแรง GeForce(R)GTX Titan
ASUS เตรียมปล่อยของแรง “GeForce(R)GTX Titan” กราฟฟิกส์การ์ดที่การันตีความแรงในระดับเดียวกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์! พร้อมทุบสถิติโลกล่าสุดบนโปรแกรม 3DMark ถึง 4 รายการ
สุดล้ำกับการ์ดจอแบบ Single-GPUที่ให้ความแรงทะลุพิกัด พ่วงเทคโนโลยี GPU Boost 2.0 จาก NVIDIA(R) พร้อมหน่วยความจำขนาด 6GB GDDR5และยูทิลิตี้ ASUS GPU Tweak สำหรับจูนค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
ASUS ผู้ผลิตมาเธอร์บอร์ดที่มียอดขายและได้รับรางวัลมากที่สุดในโลก ประกาศเปิดตัวการมาถึงของผลิตภัณฑ์กราฟฟิกส์การ์ดสุดแรง “ASUS GeForce(R) GTX Titan”ที่เหล่า เกมเมอร์ทั่วโลกต่างรอคอย โดยตัวการ์ดใช้โครงสร้างสถาปัตยกรรมตามแบบ NVIDIA(R) Tesla K20X ซึ่งให้อัตราการแสดงภาพกราฟฟิกส์นั้นแรงระดับเดียวกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีอันโดดเด่นมากมาย อาทิ DirectX(R) 11.1 และ PCI Express 3.0มาพร้อมอัตราความเร็วในการโอเวอร์คล็อกแบบเต็มพิกัดของGPU ที่ 876เมกะเฮิร์ทซ์ ซึ่งเป็นผลของเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง GPU Boost 2.0 จาก NVIDIA(R) นอกจากนี้กราฟฟิกส์การ์ด “ASUS GeForce(R) GTX Titan” ยังมีหน่วยความจำในตัวขนาด 6GB GDDR5 ซึ่งถูกโอเวอร์คล็อกที่ความเร็ว 6,000 เมกะเฮิร์ทซ์ ทำให้ได้ประสิทธิภาพแบบทะลุพิกัดซึ่งการันตีด้วยผลงานล่าสุดในการทุบสถิติโลกจากการโอเวอร์คล็อกในโปรแกรม 3DMark ถึง 4 รายการโดยทีมวิจัยและพัฒนาของ ROG นำโดยนักโอเวอร์คล็อกซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง อังเดร หยาง และชามิโน่ ซึ่งโชว์ผลงานทำลายสถิติบนโปรแกรม 3DMark11 ด้วยคะแนนถึง 36,658 แต้มในโหมด Entry, 37,263 แต้มในโหมด Performance และ 22,076 แต้มในโหมด Extreme รวมถึงยังสร้างสถิติโลกใหม่บนโปรแกรม 3DMark Fire Strike ด้วยคะแนนสูงถึง 21,818 แต้ม ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำมาบนโปรแกรมจากค่าย Futuremark(R)ซึ่งเรียกได้ว่า ASUS GeForce(R) GTX Titanเป็นกราฟฟิกส์การ์ดที่แรงที่สุดในโลกในบรรดาการ์ดจอแบบเดี่ยว หรือ Single-GPUในตลาดขณะนี้
กราฟฟิกส์การ์ดรุ่นนี้ให้สมรรถนะความแรงในการประมวลผลภาพกราฟฟิกส์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการเล่นเกมสุดระห่ำบนเครื่องพีซีและช่วยยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือชั้นกว่าให้กับบรรดาผู้ใช้งานด้านมัลติมีเดียอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเทคโนโลยีภาพที่ล้ำหน้ายิ่งกว่าความคมชัดในระดับFull HD ที่ 1080p นอกจากนี้กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce(R) GTX Titan ยังมาพร้อมยูทิลิตี้ที่ใช้งานได้อย่างสะดวกง่ายดายอย่าง GPU Tweakช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งประสิทธิภาพและจูนตั้งค่าในพารามิเตอร์ต่างๆ ผ่านอินเตอร์เฟซที่ไม่ซับซ้อน แต่คงไว้ซึ่งรายละเอียดสำคัญอย่างครบถ้วน
ผนึกกำลังเทคโนโลยี NVIDIA(R) GPU Boost 2.0 และASUS GPU Tweak ให้การจูนค่าที่แม่นยำดั่งใจสั่ง กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce(R) GTX Titanใช้ GPU แบบเดี่ยวที่อัตราความเร็ว 876 เมกะเฮิร์ทซ์มาพร้อมเทคโนโลยี GPU Boost 2.0 จากNVIDIA(R) ที่ช่วยเร่งอัตราความเร็วสัญญาณนาฬิกา สร้างสปีดความถี่ของ Core ให้อยู่ในรอบที่สูงขึ้น อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการควบคุมระดับอุณหภูมิ ผู้ใช้งานสามารถเช็ตเปลี่ยนค่าความเร็วต่างๆ ของนาฬิกา ตั้งปริมาณการจ่ายไฟภายในเครื่อง ไปจนถึงควบคุมอุณหภูมิของ GPU ผ่านทางอินเตอร์เฟซของ NVIDIA(R) GPU Boost 2.0ได้อย่างง่ายดาย
ยูทิลิตี้ GPU Tweakของเอซุสได้รับการบูรณาการเข้ากับสุดยอดกราฟฟิกส์การ์ดรุ่นนี้เพื่อมอบประสิทธิภาพในการแสดงรายละเอียดภาพกราฟฟิกส์ที่เหนือกว่า รวมทั้งให้ความยืดหยุ่นในการประมวลผลภาพในรูปแบบต่างๆ โดยผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าของ Core หน่วยความจำของนาฬิกา ค่าโวลต์เทจ และความเร็วพัดลม ไปจนถึงสร้างโปรไฟล์การตั้งค่าอัตโนมัติสำหรับการเล่นเกมและการใช้แอ็พพลิเคชั่นรูปแบบต่างๆ จากการพิสูจน์และทดสอบความสามารถของยูทิลิตี้ GPU Tweakเวอร์ชั่นใหม่ในกราฟฟิกส์การ์ดของเอซุส ปรากฎว่าผู้ใช้งานต่างชื่นชอบระบบอินเตอร์เฟซที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานในระดับเบื้องต้น ไปจนถึงผู้มีทักษะและสนใจในด้านฮาร์ดแวร์ ก็สามารถควบคุมการทำงานของเครื่องพีซีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจากการใช้กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titan
ขุมพลังความแรงทะลุพิกัด ระดับเดียวกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์
กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titanใช้การดีไซน์ที่เป็นการต่อยอดมาจากเทคโนโลยี NVIDIA® Tesla K20Xโดยกราฟฟิกส์การ์ดในตระกูล Teslaจาก NVIDIA®เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในการใช้กับแอ็พพลิเคชั่นของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์โดยนักออกแบบกราฟฟิกส์มืออาชีพ ดีไซน์เนอร์ ไปจนถึงนักวิจัยในทั่วโลก กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titanใช้ 2688 CUDA Coreและระบบอินเตอร์เฟซความเร็ว384 บิต สำหรับหน่วยความจำภาพวิดีโอขนาด 6GB GDDR5 ของตัวการ์ด โดยได้รับการโอเวอร์คล็อกที่ความเร็ว 6,000 เมกะเฮิร์ทซ์ ดังนั้น กราฟฟิกส์การ์ดรุ่นนี้จึงส่งมอบความแรงได้อย่างเต็มพิกัดและสามารถรองรับเกมที่สูบทรัพยากรเครื่องอย่างหนักหน่วงได้อย่างสบายๆ รวมไปถึงการใช้งานด้านมัลติมีเดียที่ต้องการความละเอียดที่สูงกว่าระดับ HD เช่น ภาพขนาด 2560 x 1600p ขึ้นไป นอกจากนี้ ยังเสริมประสิทธิภาพให้กับความไหลลื่นของภาพด้วยฟีเจอร์ DirectX® 11.1 ที่ไร้การสะดุดแม้ในการแสดงภาพที่เป็นสเปเชียลเอฟเฟ็คส์หรือกราฟฟิกส์เคลื่อนไหวรวดเร็วในระดับสูงสุด สำหรับคอเกมขาระห่ำและผู้ใช้งานด้านกราฟฟิกส์แบบมืออาชีพแล้ว ASUS GeForce® GTX Titanถือเป็นตัวเลือกของกราฟฟิกส์การ์ดที่ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงไปสู่ยุคเจนเนอเรชั่นใหม่อย่างแท้จริง
สร้างสถิติโลกใหม่ 4 รายการรวด!
นักโอเวอร์คล็อกชั้นนำระดับโลก อังเดร หยาง ได้สร้างผลงานทุบสถิติใหม่บนโปรแกรม3DMark11โดยใช้ไฮโดรเจนเหลวในอุณหภูมิติดลบ ซึ่งฮาร์ดแวร์หลักในการโอเวอร์คล็อกครั้งนี้ประกอบด้วยกราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titan2 ตัว เชื่อมต่อในแบบ SLIผนึกกำลังกับมาเธอร์บอร์ดสุดแกร่งอย่างROG Rampage IV Extreme รุ่นที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7-3970X สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและค่าทางสถิติต่างๆ เกี่ยวกับการโอเวอร์คล็อกทุบสถิติครั้งนี้ได้ที่ http://www.3dmark.com/hall-of-fame/
ในส่วนของการทำลายสถิติโลกบนโปรแกรม 3DMark Fire Strikeอังเดร หยาง และสมาชิกในทีมวิจัยและพัฒนาจาก ทีม ROG และนักโอเวอร์คล็อกขาระห่ำชื่อดังอย่างชามิโน่ ได้ใช้กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titan2 ตัวที่ใช้NVIDIA® SLI™ โดยผสานกำลังกับมาเธอร์บอร์ด ROG Rampage IV ExtremeIntel® Core™ i7-3970X จาก เอซุสเช่นเดียวกัน
สุดล้ำกับการ์ดจอแบบ Single-GPUที่ให้ความแรงทะลุพิกัด พ่วงเทคโนโลยี GPU Boost 2.0 จาก NVIDIA(R) พร้อมหน่วยความจำขนาด 6GB GDDR5และยูทิลิตี้ ASUS GPU Tweak สำหรับจูนค่าต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย
ASUS ผู้ผลิตมาเธอร์บอร์ดที่มียอดขายและได้รับรางวัลมากที่สุดในโลก ประกาศเปิดตัวการมาถึงของผลิตภัณฑ์กราฟฟิกส์การ์ดสุดแรง “ASUS GeForce(R) GTX Titan”ที่เหล่า เกมเมอร์ทั่วโลกต่างรอคอย โดยตัวการ์ดใช้โครงสร้างสถาปัตยกรรมตามแบบ NVIDIA(R) Tesla K20X ซึ่งให้อัตราการแสดงภาพกราฟฟิกส์นั้นแรงระดับเดียวกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ พรั่งพร้อมด้วยเทคโนโลยีอันโดดเด่นมากมาย อาทิ DirectX(R) 11.1 และ PCI Express 3.0มาพร้อมอัตราความเร็วในการโอเวอร์คล็อกแบบเต็มพิกัดของGPU ที่ 876เมกะเฮิร์ทซ์ ซึ่งเป็นผลของเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง GPU Boost 2.0 จาก NVIDIA(R) นอกจากนี้กราฟฟิกส์การ์ด “ASUS GeForce(R) GTX Titan” ยังมีหน่วยความจำในตัวขนาด 6GB GDDR5 ซึ่งถูกโอเวอร์คล็อกที่ความเร็ว 6,000 เมกะเฮิร์ทซ์ ทำให้ได้ประสิทธิภาพแบบทะลุพิกัดซึ่งการันตีด้วยผลงานล่าสุดในการทุบสถิติโลกจากการโอเวอร์คล็อกในโปรแกรม 3DMark ถึง 4 รายการโดยทีมวิจัยและพัฒนาของ ROG นำโดยนักโอเวอร์คล็อกซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง อังเดร หยาง และชามิโน่ ซึ่งโชว์ผลงานทำลายสถิติบนโปรแกรม 3DMark11 ด้วยคะแนนถึง 36,658 แต้มในโหมด Entry, 37,263 แต้มในโหมด Performance และ 22,076 แต้มในโหมด Extreme รวมถึงยังสร้างสถิติโลกใหม่บนโปรแกรม 3DMark Fire Strike ด้วยคะแนนสูงถึง 21,818 แต้ม ซึ่งเป็นสถิติที่ดีที่สุดเท่าที่เคยทำมาบนโปรแกรมจากค่าย Futuremark(R)ซึ่งเรียกได้ว่า ASUS GeForce(R) GTX Titanเป็นกราฟฟิกส์การ์ดที่แรงที่สุดในโลกในบรรดาการ์ดจอแบบเดี่ยว หรือ Single-GPUในตลาดขณะนี้
| ASUS GeForce GTX TITAN |
กราฟฟิกส์การ์ดรุ่นนี้ให้สมรรถนะความแรงในการประมวลผลภาพกราฟฟิกส์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการเล่นเกมสุดระห่ำบนเครื่องพีซีและช่วยยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงที่เหนือชั้นกว่าให้กับบรรดาผู้ใช้งานด้านมัลติมีเดียอย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเทคโนโลยีภาพที่ล้ำหน้ายิ่งกว่าความคมชัดในระดับFull HD ที่ 1080p นอกจากนี้กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce(R) GTX Titan ยังมาพร้อมยูทิลิตี้ที่ใช้งานได้อย่างสะดวกง่ายดายอย่าง GPU Tweakช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งประสิทธิภาพและจูนตั้งค่าในพารามิเตอร์ต่างๆ ผ่านอินเตอร์เฟซที่ไม่ซับซ้อน แต่คงไว้ซึ่งรายละเอียดสำคัญอย่างครบถ้วน
ผนึกกำลังเทคโนโลยี NVIDIA(R) GPU Boost 2.0 และASUS GPU Tweak ให้การจูนค่าที่แม่นยำดั่งใจสั่ง กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce(R) GTX Titanใช้ GPU แบบเดี่ยวที่อัตราความเร็ว 876 เมกะเฮิร์ทซ์มาพร้อมเทคโนโลยี GPU Boost 2.0 จากNVIDIA(R) ที่ช่วยเร่งอัตราความเร็วสัญญาณนาฬิกา สร้างสปีดความถี่ของ Core ให้อยู่ในรอบที่สูงขึ้น อีกทั้งยังช่วยปรับปรุงเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการควบคุมระดับอุณหภูมิ ผู้ใช้งานสามารถเช็ตเปลี่ยนค่าความเร็วต่างๆ ของนาฬิกา ตั้งปริมาณการจ่ายไฟภายในเครื่อง ไปจนถึงควบคุมอุณหภูมิของ GPU ผ่านทางอินเตอร์เฟซของ NVIDIA(R) GPU Boost 2.0ได้อย่างง่ายดาย
ยูทิลิตี้ GPU Tweakของเอซุสได้รับการบูรณาการเข้ากับสุดยอดกราฟฟิกส์การ์ดรุ่นนี้เพื่อมอบประสิทธิภาพในการแสดงรายละเอียดภาพกราฟฟิกส์ที่เหนือกว่า รวมทั้งให้ความยืดหยุ่นในการประมวลผลภาพในรูปแบบต่างๆ โดยผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนการตั้งค่าของ Core หน่วยความจำของนาฬิกา ค่าโวลต์เทจ และความเร็วพัดลม ไปจนถึงสร้างโปรไฟล์การตั้งค่าอัตโนมัติสำหรับการเล่นเกมและการใช้แอ็พพลิเคชั่นรูปแบบต่างๆ จากการพิสูจน์และทดสอบความสามารถของยูทิลิตี้ GPU Tweakเวอร์ชั่นใหม่ในกราฟฟิกส์การ์ดของเอซุส ปรากฎว่าผู้ใช้งานต่างชื่นชอบระบบอินเตอร์เฟซที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานในระดับเบื้องต้น ไปจนถึงผู้มีทักษะและสนใจในด้านฮาร์ดแวร์ ก็สามารถควบคุมการทำงานของเครื่องพีซีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจากการใช้กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titan
ขุมพลังความแรงทะลุพิกัด ระดับเดียวกับซุปเปอร์คอมพิวเตอร์
กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titanใช้การดีไซน์ที่เป็นการต่อยอดมาจากเทคโนโลยี NVIDIA® Tesla K20Xโดยกราฟฟิกส์การ์ดในตระกูล Teslaจาก NVIDIA®เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในการใช้กับแอ็พพลิเคชั่นของซุปเปอร์คอมพิวเตอร์โดยนักออกแบบกราฟฟิกส์มืออาชีพ ดีไซน์เนอร์ ไปจนถึงนักวิจัยในทั่วโลก กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titanใช้ 2688 CUDA Coreและระบบอินเตอร์เฟซความเร็ว384 บิต สำหรับหน่วยความจำภาพวิดีโอขนาด 6GB GDDR5 ของตัวการ์ด โดยได้รับการโอเวอร์คล็อกที่ความเร็ว 6,000 เมกะเฮิร์ทซ์ ดังนั้น กราฟฟิกส์การ์ดรุ่นนี้จึงส่งมอบความแรงได้อย่างเต็มพิกัดและสามารถรองรับเกมที่สูบทรัพยากรเครื่องอย่างหนักหน่วงได้อย่างสบายๆ รวมไปถึงการใช้งานด้านมัลติมีเดียที่ต้องการความละเอียดที่สูงกว่าระดับ HD เช่น ภาพขนาด 2560 x 1600p ขึ้นไป นอกจากนี้ ยังเสริมประสิทธิภาพให้กับความไหลลื่นของภาพด้วยฟีเจอร์ DirectX® 11.1 ที่ไร้การสะดุดแม้ในการแสดงภาพที่เป็นสเปเชียลเอฟเฟ็คส์หรือกราฟฟิกส์เคลื่อนไหวรวดเร็วในระดับสูงสุด สำหรับคอเกมขาระห่ำและผู้ใช้งานด้านกราฟฟิกส์แบบมืออาชีพแล้ว ASUS GeForce® GTX Titanถือเป็นตัวเลือกของกราฟฟิกส์การ์ดที่ยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงไปสู่ยุคเจนเนอเรชั่นใหม่อย่างแท้จริง
สร้างสถิติโลกใหม่ 4 รายการรวด!
นักโอเวอร์คล็อกชั้นนำระดับโลก อังเดร หยาง ได้สร้างผลงานทุบสถิติใหม่บนโปรแกรม3DMark11โดยใช้ไฮโดรเจนเหลวในอุณหภูมิติดลบ ซึ่งฮาร์ดแวร์หลักในการโอเวอร์คล็อกครั้งนี้ประกอบด้วยกราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titan2 ตัว เชื่อมต่อในแบบ SLIผนึกกำลังกับมาเธอร์บอร์ดสุดแกร่งอย่างROG Rampage IV Extreme รุ่นที่ใช้โปรเซสเซอร์ Intel® Core™ i7-3970X สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและค่าทางสถิติต่างๆ เกี่ยวกับการโอเวอร์คล็อกทุบสถิติครั้งนี้ได้ที่ http://www.3dmark.com/hall-of-fame/
ในส่วนของการทำลายสถิติโลกบนโปรแกรม 3DMark Fire Strikeอังเดร หยาง และสมาชิกในทีมวิจัยและพัฒนาจาก ทีม ROG และนักโอเวอร์คล็อกขาระห่ำชื่อดังอย่างชามิโน่ ได้ใช้กราฟฟิกส์การ์ด ASUS GeForce® GTX Titan2 ตัวที่ใช้NVIDIA® SLI™ โดยผสานกำลังกับมาเธอร์บอร์ด ROG Rampage IV ExtremeIntel® Core™ i7-3970X จาก เอซุสเช่นเดียวกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
